BoardMark
เอกสาร

นำเข้าจาก Jira

ย้ายจาก Jira มา BoardMark: นำเข้า issue, comment, sprint และไฟล์แนบผ่าน Jira Cloud API หรือไฟล์ CSV พร้อมจับคู่ status กับคอลัมน์ คน และชนิดงาน

นำเข้าจาก Jira ได้ตอนไหน?

ตอนสร้าง project ใหม่ ผู้ดูแลบริษัทกดสร้างโปรเจกต์ ตั้งชื่อ key และประเภทบอร์ด แล้วเลือก “เริ่มจาก: นำเข้าจาก Jira” แทน project ว่าง การนำเข้ามี 6 ขั้น: Project, แหล่งข้อมูล, คอลัมน์, คนและชนิดงาน, ตรวจทาน และนำเข้า

  • ใช้ key เดียวกับใน Jira แล้วเลข issue จะตรงกัน (NCP-123 ยังเป็น NCP-123)
  • นำเข้าได้เฉพาะ project ที่สร้างแบบนำเข้าจาก Jira — project ที่เริ่มแบบว่างไม่มีเมนูนำเข้าเลย
  • ใช้ได้กับบอร์ด Scrum, Kanban และ Delivery pipeline

เชื่อมต่อ Jira Cloud ได้อะไรบ้าง?

วิธีที่แนะนำ: กรอกเว็บไซต์ Jira (your-company.atlassian.net) อีเมลบัญชี Jira และ API token แบบ scoped อ่านอย่างเดียว ที่สร้างได้ที่ id.atlassian.com → Security → API tokens แล้วเลือก project ใน Jira ที่บัญชีนั้นเห็น

  • ได้ครบ: issue, รายละเอียด, comment พร้อมผู้เขียน, ประวัติ status (burndown ย้อนหลัง), sprint พร้อมวันที่และเป้าหมาย, parent/sub-task, ลิงก์ระหว่าง issue, ไฟล์แนบและรูปในเนื้อหา
  • ลำดับคอลัมน์มาจากบอร์ดของ Jira
  • token ใช้เฉพาะการนำเข้าครั้งนี้และไม่ถูกบันทึกไว้ และเรียกได้เฉพาะเว็บไซต์ Jira ที่คุณกรอก
  • scope ที่ต้องเลือกตอนสร้าง token (อ่านอย่างเดียวทั้งหมด): read:jira-work, read:jira-user, read:board-scope:jira-software, read:board-scope.admin:jira-software, read:epic:jira-software, read:issue:jira-software, read:sprint:jira-software และ read:project:jira
  • ใช้ได้เฉพาะ Jira Cloud (*.atlassian.net)

ถ้าไม่มี Jira Cloud ใช้ไฟล์ CSV ได้ไหม?

ได้ เป็นแผนสำรองสำหรับ Jira Data Center หรือเมื่อไม่มีสิทธิ์เข้า Jira แล้ว: ใน Jira ไปที่ Filters → Export → Export Excel CSV (all fields) Jira export ได้ครั้งละ 1,000 issue จึงอัปโหลดได้หลายไฟล์ในรอบเดียว (สูงสุด 30 ไฟล์ ไฟล์ละไม่เกิน 20 MB รวมไม่เกิน 20,000 issue) issue key ที่ซ้ำกันข้ามไฟล์นำเข้าครั้งเดียว

  • CSV นำเข้าได้เฉพาะข้อมูลในไฟล์: ไม่มีไฟล์แนบและรูป (ชื่อไฟล์และลิงก์เดิมใน Jira เก็บเป็นข้อความท้าย issue) ไม่มีวันที่ของ sprint และประวัติ status — burndown เริ่มนับจากวันที่นำเข้า
  • เลือกรูปแบบวันที่ในไฟล์ได้: ตรวจหาให้อัตโนมัติ, แบบภาษาอังกฤษ, ชื่อเดือนภาษาไทย หรือ ISO — ขึ้นกับภาษาในโปรไฟล์ Jira ของคนที่ export
  • แถวที่อ่านไม่ได้ถูกข้ามและแสดงในหน้าตรวจทาน

status ของ Jira ไปอยู่คอลัมน์ไหน?

ขั้นคอลัมน์แสดงทุก status ของ Jira พร้อมจำนวน issue และหมวดใน Jira ระบบเสนอให้ก่อน แล้วคุณเปลี่ยนได้ทุกแถว พร้อม preview บอร์ดที่เรียงลำดับคอลัมน์ได้

  • ชื่อตรงกับคอลัมน์ (ไม่สนตัวพิมพ์) → รวมเข้าคอลัมน์นั้น
  • ไม่ตรงกับคอลัมน์ใด → Backlog พร้อม label jira-status:<ชื่อ> ยกเว้น status ที่ Jira นับว่าเสร็จ (เช่น Closed, Resolved) → Done พร้อม label เดียวกัน
  • เปลี่ยนเป็นรวมเข้าคอลัมน์ที่มี หรือสร้างคอลัมน์ใหม่ชื่อเดิมได้ (Delivery pipeline สร้างคอลัมน์ใหม่ไม่ได้ เพราะคอลัมน์ผูกกับ environment)
  • status ชื่อ On hold → คอลัมน์ On Hold ต่อจาก Backlog (Kanban และ Delivery pipeline) และเลือก “คอลัมน์ On Hold” ให้ status อื่นได้
  • Delivery pipeline จับคู่ชื่อตาม environment ให้เอง เช่น UAT DONE → Passed (UAT), Testing UAT → Testing (UAT), In Progress → Developing
  • Kanban และ Scrum: ปุ่ม “คอลัมน์เหมือน Jira” สร้างคอลัมน์ตาม status ทุกตัวตามลำดับบนบอร์ด Jira ในคลิกเดียว (รวมคอลัมน์ที่ยังไม่มีงาน เมื่อ token มี scope read:project:jira)
  • คอลัมน์เริ่มต้นที่ไม่มี status ของ Jira ลง (เช่น In Review หรือ Test Rejected) ไม่ใช้ก็ได้: กด × ที่คอลัมน์ใน preview หรือ “ใช้เฉพาะคอลัมน์ที่มีงาน” ให้บอร์ดเหมือนใน Jira และใส่กลับได้ (Backlog ของ Kanban และคอลัมน์ Done สุดท้ายต้องอยู่)
  • บน Scrum “Backlog” คือ To Do ที่ไม่อยู่ใน sprint
  • ไม่เกิน 32 คอลัมน์ ต้องมีคอลัมน์หมวด done อย่างน้อย 1 ชื่อห้ามซ้ำ และ Kanban ต้องเริ่มด้วยคอลัมน์ Backlog

คน ชนิดงาน และ priority นำเข้าอย่างไร?

  • Jira ไม่ส่งอีเมลมาให้ จึงจับคู่คนด้วยชื่อ — แก้ได้ทุกคน คนที่ไม่ได้จับคู่เป็น unassigned และเก็บชื่อเดิมไว้ใน issue และ comment (เชิญเข้าบริษัทก่อนนำเข้าหรือมอบหมายใหม่ภายหลังก็ได้)
  • ชนิดงานของ Jira จับคู่เป็น Epic, Task, Subtask หรือ Bug (Story, Spike และอื่น ๆ → Task, Sub-task → Subtask) และชนิดเดิมเก็บเป็น label เช่น jira-type:Story
  • priority ของ Jira ลงฟิลด์ Priority: Highest, High, Medium, Low และ Lowest ตรงตัว ชื่อเดิมของ Jira Server (Blocker, Critical, Major, Minor, Trivial) → Highest ถึง Lowest ตามลำดับ ชื่ออื่นเลือกระดับเองในขั้นคนและชนิดงาน (ค่าเสนอ Medium) และติด label priority:<ชื่อ> ไว้ไม่ให้ข้อมูลหาย issue ที่ไม่มี priority เป็น Medium
  • custom field ต่อท้ายรายละเอียดเป็นตาราง และวันที่สร้าง/แก้ไขใช้ของ Jira

ตรวจทานและนำเข้าอย่างไร?

หน้าตรวจทานสรุปจำนวน issue, comment, sprint, คอลัมน์ใหม่, ไฟล์แนบและขนาด เทียบกับพื้นที่ของบริษัท ถ้าไฟล์แนบจะทำให้เกินเพดานพื้นที่หรือเกิน free tier จะกดนำเข้าไม่ได้จนกว่าจะแก้ จากนั้นกดสร้าง project และนำเข้า

  • ระหว่างนำเข้า project เป็นแบบอ่านอย่างเดียว หน้าจอแสดงเวลาที่ผ่านไป จำนวนที่ทำแล้วของขั้นปัจจุบัน (เช่น ไฟล์แนบ 860 / 2,736) และเวลาที่เหลือโดยประมาณ ปิดหน้าต่างได้ — ระบบแจ้งเมื่อเสร็จหรือล้มเหลว
  • ถ้าล้มเหลว ไม่มีอะไรถูกเก็บไว้ project ว่างและนำเข้าใหม่ได้
  • เสร็จแล้วดาวน์โหลดรายงานการนำเข้า (.md) ที่บอกแถวที่ข้าม ไฟล์ที่ดึงไม่ได้ (เก็บเป็นลิงก์กลับ Jira) และคนที่ไม่ได้จับคู่
  • ประวัติบันทึกเป็น commit ชุด “import from Jira” ของคนที่สั่งนำเข้า

นำเข้าใหม่ได้ไหมถ้าผลไม่ถูกใจ?

ได้ แถบด้านบนของบอร์ดมีปุ่ม “ล้างแล้วนำเข้าใหม่” (ผู้ดูแลบริษัท) ซึ่งลบ issue, comment, sprint และไฟล์แนบที่นำเข้ามาทั้งหมด แล้วเปิดขั้น Project อีกครั้ง — key และชื่อคงเดิม แต่เลือกชนิดบอร์ด (และ environment) ใหม่ได้ เช่น เปลี่ยนจาก Kanban เป็น Delivery pipeline ทำได้จนกว่าจะมีการแก้ไขครั้งแรกใน project (issue, comment, การย้ายสถานะ, sprint หรือเอกสาร ทั้งจากเว็บและจาก AI agent) หลังจากนั้นการนำเข้าปิดถาวร