เลือกบอร์ดหรือ template ให้เหมาะกับทีม
10 สถานการณ์ — ทีมทำ sprint, ทีม support, ทีม QA, ผู้บริหารกับ OKR, ไอเดีย, งานขาย, service desk, งบประมาณ, คน + AI agent และหลายบริษัท — บอร์ดที่ควรใช้ เหตุผล และ 3 ขั้นแรก
เลือกเร็ว
มีบอร์ด 3 แบบ (Scrum, Kanban, Delivery pipeline) และ template 8 แบบที่สร้างบนบอร์ดเหล่านั้น ทุกแพ็กเกจเลือกได้ทุก template; เลือกตอน สร้างโปรเจกต์ และเปลี่ยน template ของ project ภายหลังไม่ได้ (ยกเว้น Kanban ธรรมดา → Feedback / Idea box ครั้งเดียว) ราคาและแพ็กเกจ: https://www.boardmark.ai/th/pricing
| ทีมของคุณ… | ใช้ |
|---|---|
| ทีม product ทำงานเป็น sprint 2 สัปดาห์ | template Scrum (ทุกแพ็กเกจ) |
| ทีม support / ops งานไหลต่อเนื่อง | template Kanban + WIP limit + คอลัมน์ On Hold |
| QA ทดสอบหลาย environment | template Delivery pipeline + Releases + gate |
| ผู้บริหารวาง OKR / เป้าหมายรายไตรมาส | template Roadmap & Goals + Timeline + ลิงก์ข้าม project (ทุกแพ็กเกจ) |
| รวบรวมความคิดเห็นและไอเดีย | template Feedback / Idea box + votes (ทุกแพ็กเกจ) |
| งานขายของ agency / ที่ปรึกษา | template Sales & Billing + เอกสารขาย PDF (ทุกแพ็กเกจ) |
| service desk ภายในพร้อม SLA | template Service desk (ทุกแพ็กเกจ) |
| งบประมาณประจำปี | template Budget planning (ทุกแพ็กเกจ) |
| ทีมที่มีทั้งคนและ AI agent | บอร์ดแบบไหนก็ได้ + MCP + brief ของบริษัท / project |
| หลายบริษัทหรือหลายลูกค้า | บัญชีเดียวอยู่ได้หลายบริษัท + การเข้าถึงทั้งบริษัท + ทีม + ย้าย project ข้ามบริษัท |
ทีม product ทำงานเป็น sprint 2 สัปดาห์
- ใช้: template Scrum (ทุกแพ็กเกจ)
- เพราะ: มี sprint, story points, หน้า Backlog สำหรับวางแผนแบบลากวาง และ burndown ต่อ sprint
- ได้อะไร: บอร์ด To Do → In Progress → In Review → Test Rejected → Done, ฟอร์มเริ่มสปรินต์ ที่เช็กจำนวนการ์ดและ points, ป้าย “เกินกำหนด n วัน”, ตัวเลือกย้ายงานที่ไม่เสร็จตอนปิด sprint และ sprint ที่ปิดแล้วพร้อมงานที่เสร็จ
- เปิดเพิ่ม: “ใครจัดการ sprint ได้” = สมาชิกทุกคน (ถ้าไม่อยากให้มีแต่ผู้ดูแล) · Parallel sprints ถ้ามีหลายทีมในบอร์ดเดียว · Releases (แพ็กเกจที่จ่ายเงิน) · GitHub / GitLab (Pro, Premium) · Sprint review และ standup อัตโนมัติ + Insights (Premium)
3 ขั้นแรก: 1) ผู้ดูแลบริษัทกดสร้างโปรเจกต์ → เลือก template Scrum ตั้งชื่อและ key (เช่น APP) 2) แท็บ Backlog: สร้างการ์ดพร้อม points แล้วกด “สร้างสปรินต์” ลากการ์ดเข้า sprint 3) กดเริ่มสปรินต์ เลือก 2 สัปดาห์และเป้าหมาย แล้วเชิญทีมที่คอนโซลผู้ดูแล และเพิ่มเข้า project ที่ตั้งค่าโปรเจกต์ → สมาชิกและสิทธิ์เข้าถึง
ทีม support / ops งานไหลต่อเนื่อง
- ใช้: template Kanban + WIP limit + คอลัมน์ On Hold
- เพราะ: ไม่มี sprint งานเข้าแล้วไหลไปเรื่อย ๆ WIP limit เตือนเมื่อรับงานเกินกำลัง และ On Hold เก็บงานที่รอลูกค้าหรือทีมอื่นโดยไม่นับเป็น WIP
- ได้อะไร: คอลัมน์ Backlog ก่อน To Do, throughput รายสัปดาห์บนบอร์ด, การ์ดที่เสร็จออกจากบอร์ดทุกสัปดาห์, List view ที่ย้ายสถานะได้ด้วย ] และ [
- เปิดเพิ่ม: On Hold ในหน้าตั้งค่าโปรเจกต์ (คอลัมน์) · WIP limit ต่อคอลัมน์ในหน้าคอลัมน์บอร์ด (Premium) · webhook ไป Slack / Teams / Google Chat / Discord (ทุกแพ็กเกจ) · แจ้งเตือน Telegram (Pro, Premium) หรือ LINE (Premium)
3 ขั้นแรก: 1) สร้างโปรเจกต์ → template Kanban 2) ตั้งค่าโปรเจกต์: เปิด On Hold และ (Premium) ตั้ง WIP limit ให้ In Progress 3) ตั้งค่าโปรเจกต์ → Integrations: เพิ่ม webhook ไปห้องแชตของทีม เลือกเหตุการณ์ issue.created และ issue.status_changed
QA ทดสอบหลาย environment
- ใช้: template Delivery pipeline + Releases + gate
- เพราะ: ทุกการ์ดบอกได้ว่าอยู่ environment ไหน มีคอลัมน์ Testing และ Passed ต่อ environment และ Test Rejected ส่งกลับ developer พร้อมเหตุผล
- ได้อะไร: คอลัมน์ Developing → Dev Done → Testing (env) → Passed (env) → … → Done, แท็บ Releases ที่บอก Blocked / At risk / On track / Ready ต่อ feature, release gate ตรวจอัตโนมัติ + ติ๊กโดยคน, bug แยก severity
- เปิดเพิ่ม: Releases (แพ็กเกจที่จ่ายเงิน) และสวิตช์ “จัดการ release” ให้ผู้จัดการ release · GitHub / GitLab กับกฎย้ายอัตโนมัติ (Pro, Premium) · Release review อัตโนมัติ (Premium)
3 ขั้นแรก: 1) สร้างโปรเจกต์ → Delivery pipeline ใส่ environment ตามลำดับส่งงาน เช่น develop, UAT, production 2) ตั้งค่าโปรเจกต์ → เปิด Releases แล้วกดสร้าง release ใส่วันขึ้น production และ milestone 3) ใส่ epic เข้า release (+ Add issues) ใส่ severity ให้ bug แล้วติดตามแท็บ Releases
ผู้บริหารวาง OKR / เป้าหมายรายไตรมาส
- ใช้: template Roadmap & Goals + Timeline + ลิงก์ข้าม project (ทุกแพ็กเกจ)
- เพราะ: progress ของเป้าหมายไม่ต้องพิมพ์ — มาจากการ์ดและ release ที่ลิงก์ไว้ใน project ของทีมอื่น และ flag On track / At risk / Off track คำนวณจากวันที่
- ได้อะไร: เป้าหมาย 1 การ์ด มีไตรมาส start / end เจ้าของ คะแนน RICE, Timeline ซูมไตรมาส / เดือน / สัปดาห์ ลากแถบเพื่อเลื่อนวัน, ตัวกรอง Off track · At risk · This quarter
- เปิดเพิ่ม: รายงานผู้บริหารรายสัปดาห์ / เดือน (Premium) ที่แสดงสุขภาพแต่ละ project และเป้าหมาย · Insights ระดับบริษัท (Premium)
3 ขั้นแรก: 1) สร้างโปรเจกต์ → template Roadmap & Goals (เปิดเป็น Timeline) 2) สร้างเป้าหมาย: quarter, start, end และ owner พร้อม reach / impact / confidence / effort 3) ในเป้าหมายกด เชื่อมกับ… เลือก project แล้วเลือกการ์ดหรือ release ของทีมที่ส่งมอบ
รวบรวมความคิดเห็นและไอเดีย
- ใช้: template Feedback / Idea box + votes (ทุกแพ็กเกจ)
- เพราะ: โพสต์เร็วเหมือนพิมพ์แชต 1 โพสต์ = 1 การ์ด โหวตคนละ 1 ครั้ง และ Accepted ลิงก์กับงานจริงพร้อมความคืบหน้า คนโพสต์จึงไม่ต้องถามว่าถึงไหน
- ได้อะไร: New → Reviewing → Accepted → Shipped หรือ Declined (ต้องใส่เหตุผล), ตัวกรอง Top voted, ผู้โพสต์ได้แจ้งเตือนเมื่อสถานะเปลี่ยน
- เปิดเพิ่ม: การเข้าถึงทั้งบริษัท (Company-wide access) = ทุกคนเป็น member เพื่อให้ทุกคนโพสต์ได้ · แก้ตัวเลือก area ในหน้าตั้งค่าโปรเจกต์ · AI agent ช่วยคัดแยก (ตั้ง area ลิงก์โพสต์ซ้ำ สรุปโพสต์ที่โหวตมาก)
3 ขั้นแรก: 1) สร้างโปรเจกต์ → template Feedback / Idea box 2) ตั้งค่าโปรเจกต์ → สมาชิกและสิทธิ์เข้าถึง → การเข้าถึงทั้งบริษัท: ทุกคนเป็น member 3) ส่งลิงก์ project ให้ทีม (กดชื่อ project บนบอร์ดเพื่อคัดลอก) แล้วผู้ดูแลย้ายโพสต์ไป Reviewing / Accepted
งานขายของ agency / ที่ปรึกษา
- ใช้: template Sales & Billing + เอกสารขาย PDF (ทุกแพ็กเกจ)
- เพราะ: 1 การ์ด = 1 ใบเสนอราคาหรือสัญญา ตอบได้ทันทีว่าลูกค้าเซ็นหรือยัง ถึงเวลาวางบิลหรือทวงหรือยัง และเก็บครบหรือยัง
- ได้อะไร: Draft → Sent → Signed → In delivery → Billing → Closed / Lost, งวดเงินในการ์ด, flag bill_due / due_soon / overdue / awaiting_signature / all_paid, แจ้งเตือน 08:00, ใบเสนอราคา ใบวางบิล ใบเสร็จ PDF ไทย + อังกฤษ เลขรันอัตโนมัติ
- เปิดเพิ่ม: กรอกข้อมูลภาษีของบริษัทให้ครบ (เป็นผู้ขายบนเอกสาร) แล้วตั้งโลโก้ บัญชีธนาคาร ผู้ลงนาม และ VAT ตั้งต้นที่ ตั้งค่าบริษัท → เอกสารขาย · ลิงก์ดีลกับ release ของทีมพัฒนาเพื่อดู Delivery · N% — BoardMark ไม่ออกใบกำกับภาษี
3 ขั้นแรก: 1) สร้างโปรเจกต์ → template Sales & Billing 2) สร้างดีล: customer, amount และ payment_terms แล้วกด “สร้างงวดจากเงื่อนไข” 3) ออกใบเสนอราคา PDF จากการ์ด เมื่อถึงงวดออกใบวางบิล และกดบันทึกว่าจ่ายแล้วเมื่อได้เงิน
service desk ภายในพร้อม SLA
- ใช้: template Service desk (ทุกแพ็กเกจ)
- เพราะ: รับคำขอของงานธุรการ การเงิน IT หรือ HR แทนผู้ขอ SLA ตั้งจากความเร่งด่วนเอง และระหว่างอยู่ Waiting ไม่มี flag SLA
- ได้อะไร: New → Triage → In progress → Waiting → Done, ฟิลด์ requester · category · urgency · sla_due · channel และ flag SLA soon / Past SLA, ตัวกรอง Past SLA · Mine · Waiting · New today
- เปิดเพิ่ม: ปรับจำนวนวัน SLA ต่อความเร่งด่วนในหน้าตั้งค่าโปรเจกต์ · สวิตช์แจ้งเตือน SLA due · ผู้รับงานและผู้ขอ (requester) เลือกจากสมาชิก — เมื่อมีคนขอทาง LINE อีเมล walk-in หรือโทรศัพท์ ทีมเปิดคำขอแทนแล้วบันทึกช่องทางใน channel
3 ขั้นแรก: 1) สร้างโปรเจกต์ → template Service desk 2) ตรวจจำนวนวัน SLA (Urgent 1 · High 3 · Normal 7 · Low 14) ในหน้าตั้งค่าโปรเจกต์ 3) รับคำขอแรก: เลือก category, urgency และ channel แล้วมอบหมายคนทำ
งบประมาณประจำปี
- ใช้: template Budget planning (ทุกแพ็กเกจ)
- เพราะ: 1 การ์ด = 1 รายการงบ remaining คำนวณให้ และเห็นทันทีว่ารายการไหนเกินงบหรือใกล้หมด
- ได้อะไร: Proposed → Approved → Spending → Closed / Rejected, list view จัดกลุ่มตามไตรมาสพร้อมแถวรวม Σ planned / actual / remaining และ flag Over budget และ ≥ 80% spent
- เปิดเพิ่ม: ปรับ % ที่เตือนในหน้าตั้งค่าโปรเจกต์ · ใส่ cost_center และ vendor เพื่อกรอง — ตัวเลข actual กรอกเอง ไม่ดึงจากระบบบัญชี
3 ขั้นแรก: 1) สร้างโปรเจกต์ → template Budget planning 2) สร้างรายการงบ: planned, owner, quarter, cost_center 3) ระหว่างปีอัปเดต actual แล้วดูตัวกรอง Over budget และ ≥ 80% spent
ทีมที่มีทั้งคนและ AI agent
- ใช้: บอร์ดแบบไหนก็ได้ + MCP + brief ของบริษัท / project
- เพราะ: คนและ agent ทำงานบนบอร์ดเดียวกัน agent ได้สิทธิ์เท่าผู้ใช้ที่เชื่อม ถูกกำหนดให้อ่านกฎใน brief ก่อน และเห็นว่าใครทำอะไรอยู่ก่อนเริ่มงาน
- ได้อะไร: work context ของการ์ด (working / touches และการจองการ์ดในครั้งเดียว), คำเตือน unresolved_blocker และ touch_overlap, inbox ของ agent ผ่าน MCP, ประวัติที่บอกว่าแก้ผ่าน agent ตัวไหน (ทุกแพ็กเกจ); Agent account ชื่อของตัวเอง มีเจ้าของรับผิดชอบ ไม่ใช่ seat (Premium)
- เปิดเพิ่ม: ตั้งบทบาทให้ token ของ agent (Developer, QA …) — บอร์ดซอฟต์แวร์มี lane ตั้งต้น (BA, Developer, QA และ DevOps) ที่เตือน agent เมื่อทำนอกบทบาท แก้ lane เป็น Premium · webhook comment.mentioned และ issue.unblocked เพื่อปลุก agent · ?tools=lean ลด token
3 ขั้นแรก: 1) ผู้ดูแลเขียนกฎการทำงานใน company brief (คอนโซลผู้ดูแล) หรือ project brief (เฟือง → Docs) 2) เชื่อม agent ตาม https://mcp.boardmark.ai/connect.md หรือหน้า Agent & MCP access ในเว็บแอป (Premium: ตั้งค่าบริษัท → Agents → สร้าง agent) 3) มอบหมายการ์ดหรือ @mention agent แล้วดูงานของมันใน History และ Audit log
หลายบริษัทหรือหลายลูกค้า
- ใช้: บัญชีเดียวอยู่ได้หลายบริษัท + การเข้าถึงทั้งบริษัท + ทีม + ย้าย project ข้ามบริษัท
- เพราะ: แยกข้อมูล บิล และสมาชิกต่อบริษัท แต่สลับบริษัทได้จากเมนูบัญชี และส่ง project ให้บริษัทลูกค้าได้เมื่อจบงาน
- ได้อะไร: สลับบริษัท ในเมนูบัญชี, สร้างบริษัทใหม่ ใน การตั้งค่า → บริษัท, ทีมให้สิทธิ์หลาย project ครั้งเดียว, คีย์ย้าย project ใช้ครั้งเดียว 7 วัน (ทั้งสองฝั่งต้องเป็นผู้ดูแลบริษัท)
- เปิดเพิ่ม: ลูกค้าที่จะเข้ามาดูต้องได้รับเชิญและใช้ seat ของบริษัทที่เชิญ — ให้บทบาท viewer ถ้าดูอย่างเดียว · แต่ละบริษัทได้ free tier และบิลของตัวเอง
3 ขั้นแรก: 1) ตัดสินใจ: 1 project ต่อ 1 ลูกค้าในบริษัทของคุณ หรือ 1 บริษัทต่อ 1 ลูกค้า (การตั้งค่า → บริษัท → สร้างบริษัทใหม่) 2) คอนโซลผู้ดูแล → ทีม: สร้างทีมต่อลูกค้า แล้วเพิ่มทีมในตั้งค่าโปรเจกต์ → สมาชิกและสิทธิ์เข้าถึง ของแต่ละ project 3) เมื่อส่งมอบ: ตั้งค่าโปรเจกต์ → ย้ายไปบริษัทอื่น → สร้าง transfer key แล้วส่งให้ผู้ดูแลของบริษัทลูกค้า